MAGAZINE
MAGAZINE
MAGAZINE
MAGAZINE
By cizucu ·

‘ISSUE’ คือซีรีส์ที่เจาะลึกมุมมองและกระบวนการคิดของเหล่าครีเอเตอร์ทั่วโลก จุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับคุณ ใน ‘ISSUE #15’ เราจะพาไปสัมผัสเรื่องราวของ Oliver Bin ศิลปินและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผู้สร้างสรรค์ผลงานข้ามสื่อหลากหลายแขนง
Bin เป็นศิลปินที่ถ่ายทอดตัวตนผ่านแร็ป ภาพถ่าย และวิดีโอ ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ก่อตั้งและบริหารแบรนด์ประชาสัมพันธ์ดนตรี Sweet Beat Bar และสร้างคอนเทนต์แร็ปต้นฉบับบน YouTube ในฐานะนักการตลาด อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังเขามีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างจากศิลปินทั่วไปอย่างมาก

Image by Oliver Bin
ภาพฟิล์มที่ถ่ายในหมู่บ้านชนบทขณะใช้ชีวิตแบบเก็บตัว
เขาใช้ชีวิตแบบเก็บตัวในหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลเป็นเวลาครึ่งปี ซึ่งถูกสื่อท้องถิ่นติดตามและถ่ายทอดเป็นสารคดี
หลังจากนั้น Bin ใช้ชีวิตแบบ ‘address hopper’ ในโตเกียว เปลี่ยนที่อยู่ทุกเดือนในฐานะมนุษย์เงินเดือน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวและความคิดผ่านพอดแคสต์ ‘ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนและแร็ปเปอร์ในโตเกียว และไม่มีบ้าน’ และ ‘แร็ปเปอร์ที่เป็นมินิมอลลิสต์จนทิ้งบ้าน’ ถ่ายทอดสิ่งที่สังเกตเห็นในแต่ละวันและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

หนึ่งในซีรีส์พอดแคสต์ที่ Oliver Bin สร้างขึ้น
‘ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนและแร็ปเปอร์ในโตเกียว และไม่มีบ้าน’
Oliver Bin ขยายขอบเขตการทำงานอย่างกว้างขวางจนเรียกได้ว่าเป็นมัลติมีเดียที่มีชีวิตจริง ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ เขาหัวเราะและบอกว่า ‘เป็นคนเบื่อง่าย เลยไม่ค่อยทำอะไรต่อเนื่อง’ แต่สำหรับผมแล้ว การที่เขาสามารถเปลี่ยนไอเดียแต่ละอย่างให้เป็นรูปธรรม และก้าวไปสู่มิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์ต่างหากที่น่าชื่นชม
‘ก่อนอายุ 30 อยากมีทางเลือกที่จะได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศ’
Bin เล่าถึงเป้าหมายในอนาคต เมื่อคิดถึงสิ่งที่อยากทำและทักษะที่เป็นที่ต้องการในระดับสากล เขานึกถึงสองคีย์เวิร์ด ‘ครีเอทีฟ’ และ ‘มาร์เก็ตติ้ง’ ด้วยประสบการณ์ในฐานะแร็ปเปอร์ ตั้งแต่ปี 2021 เขาเริ่มสร้างคอนเทนต์วิดีโอแร็ปและเผยแพร่บน YouTube, TikTok ฯลฯ
‘เมื่อแพลตฟอร์มเปลี่ยน วิธีการนำเสนอก็ต้องเปลี่ยน’ เขาจึงเลือกที่จะไม่เชื่อมโยงแต่ละแพลตฟอร์มอย่างเข้มงวด แต่ทดลองแนวทางใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แบรนด์ประชาสัมพันธ์ดนตรี Sweet Beat Bar ที่เขาก่อตั้ง
แม้จะสร้างสรรค์ผลงานในหลากหลายแขนง Oliver Bin ก็สนใจการสร้างคอนเทนต์มาตั้งแต่เด็ก เขาเล่าว่าเริ่มต้นจากความสนุกและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นอาชีพอย่างเต็มตัว จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเลือกเส้นทางสร้างสรรค์มีอยู่สองเหตุการณ์
เหตุการณ์แรก Bin มีนิสัยเก็บตัวมาตั้งแต่เด็ก ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืน เด็กที่กล้าแสดงออกมักถูกกดดันหรือถูกรังแก เขารู้สึกอึดอัดและเลือกไปเรียนต่อที่อเมริกา ที่นั่นเขาหลงใหลในวัฒนธรรมที่ทุกคนกล้าแสดงออกและมีปฏิสัมพันธ์อย่างเปิดเผย การที่ทุกคนรับฟังและตอบสนองต่อการแสดงออกของกันและกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เขารู้สึกสบายใจ

Image by Oliver Bin
Bin ขณะเรียนที่อเมริกา (ชายด้านขวา)
เหตุการณ์ที่สอง คือความฝันอยากมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็ก ‘ถึงจะเป็นคนเก็บตัว แต่ในใจก็มีไฟเหมือนแร็ปเปอร์อเมริกัน’ เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
‘เป็นนักกีฬาก็ไม่ได้ หัวก็ไม่ดี แต่ดนตรีทำให้ผมมี American Dream’ เมื่อเล่นเครื่องดนตรีไม่ได้ เขาจึงเริ่มต้นจากแร็ปและสร้างสรรค์ผลงานดนตรีของตัวเอง
ช่วงเวลาที่ได้สัมผัสกับความคิดสร้างสรรค์ในเชิงภาพเกิดขึ้นเมื่อเขาเรียนปีสองมหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นของการซื้อกล้องนั้นมีเหตุผลที่แปลกและน่าสนใจ
เขาใช้กล้องถ่ายภาพกระดานดำแทนการจดเลคเชอร์ แต่วันหนึ่งสมาร์ทโฟนเกิดเสียขึ้นมา ‘ในเมื่อชีวิตต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว เลยตัดสินใจซื้อกล้องแทน’ เขาย้อนความทรงจำ โทรศัพท์ใช้สำหรับโทร ส่วนการบันทึกใช้กล้องถ่ายภาพ จึงเริ่มต้นถ่ายภาพเพื่อบันทึก ไม่ใช่เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน
ช่วงนั้นประมาณปี 2016-2017 ซึ่งสมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์หลักไปแล้ว

Image by Oliver Bin
ตราบใดที่โทรศัพท์ยังโทรออกได้ก็เพียงพอแล้ว เขาไม่ต้องการฟังก์ชันโทรศัพท์ในกล้อง ความคิดแบบมินิมอลนี้สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของเขา
กล้องที่ซื้อมาเพื่อบันทึกความทรงจำกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เชื่อมโยงภาพถ่าย วิดีโอ และเสียงเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นสไตล์การแสดงออกในปัจจุบันของ Oliver Bin หากจะนิยามตัวเองในตอนนี้ เขาคือศิลปินและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอย่างแท้จริง และอยากมอบคำนิยามใหม่ว่า ‘มัลติมีเดียเพลเยอร์’ ให้กับเขา

Image by Oliver Bin
เขารู้สึกยินดีเมื่อผลงานสร้างสรรค์ของตนเองก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบรับ แม้บางครั้งตัวเลขจะไม่เป็นไปตามคาด ก็เคยรู้สึกแปลกใจในสิ่งที่ทำ แต่การได้รับปฏิกิริยาจากผู้ชมคือหลักฐานว่าคอนเทนต์ของเขาสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับใครบางคนได้ ไม่ได้ไหลไปตามกระแสอัลกอริทึม แต่เมื่อสามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ออริจินัลได้จริง ๆ เขารู้สึกถึงความสุขที่ไม่อาจลืมได้ เพราะอารมณ์ขันที่ไม่เคยพูดออกมาได้ส่งถึงใครบางคนจริง ๆ
ท้ายที่สุด Oliver Bin กล่าวว่าต้องการเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างวัฏจักรชีวิตที่สามารถท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ด้วยสิ่งที่รัก ในอนาคตเขาอาจย้ายฐานไปต่างประเทศและผลิตคอนเทนต์ในระดับสากล ทาง cizucu ขอร่วมสนับสนุนเส้นทางของเขา พร้อมสร้างระบบที่ช่วยให้ช่างภาพและศิลปินภาพถ่ายที่มีไฟในใจสามารถก้าวสู่ความท้าทายใหม่ ๆ ผ่านการสร้างสรรค์ผลงาน และเราจะเดินหน้าพัฒนาบริการที่ดีต่อไป
Oliver Bin
ศิลปินและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
เริ่มต้นถ่ายภาพด้วยเหตุผลแปลก ๆ ตอนปีสองมหาวิทยาลัย ปัจจุบันสร้างสรรค์ผลงานในฐานะช่างภาพ วิดีโอกราฟเฟอร์ และแร็ปเปอร์
ต้องการเป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและบริหารแบรนด์ประชาสัมพันธ์ดนตรีบน Tiktok
cizucu:@windows_bin
Instagram:@windows_bin
TikTok:@sweetbeatbar