‘ISSUE’ คือซีรีส์ที่เจาะลึกทัศนคติและวิธีคิดของครีเอเตอร์จากทั่วโลก เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ ๆ
ใน ‘ISSUE #11’ เราได้สัมภาษณ์ Naoki Miyashita ช่างภาพ/วิดีโอกราฟเฟอร์ ผ่าน 10 คำถาม สำรวจวิธีการทำงานและเหตุผลที่เขายังคงหยิบกล้องขึ้นมาเสมอ
Q1. เกี่ยวกับตัวคุณ
ผมเกิดที่เกียวโตในปี 1978 เรียนที่เกียวโตจนจบมัธยมปลาย จากนั้นไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ไซตามะ สาขาภาษาเยอรมัน
หลังเรียนจบ ผมเริ่มทำงานที่บริษัทโฆษณาในโตเกียว ในตำแหน่งฝ่ายขายเป็นเวลา 5 ปีครึ่ง รับผิดชอบงานโปรโมชันแคมเปญเป็นหลัก ตอนสมัครงานก็อยากทำงานที่เกี่ยวกับ ‘เสียง คำพูด และภาพ’ แต่สุดท้ายก็ได้ทำฝ่ายขาย (หัวเราะ)
มันหนักอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ผมรู้สึกว่าทุกคน รวมถึงตัวผมเอง ก็ยังอยู่รอดมาได้อย่างน่าทึ่ง
หลังจากนั้นผมได้ร่วมก่อตั้งบริษัทกับเพื่อน ๆ และสุดท้ายเลือกออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ช่วงแรก ๆ ก็ยังทำงานที่ต่อเนื่องจากประสบการณ์เดิม แต่รู้สึกเหนื่อยจึงเริ่มรับงานกราฟิกและเว็บดีไซน์เองเท่าที่ทำได้ พร้อมกับกลับเกียวโตเดือนละครึ่งเพื่อทำโปรเจกต์และอีเวนต์เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมควบคู่ไปด้วย
แม้ว่าผมจะยังไม่ได้จับกล้องหรือถ่ายภาพอย่างจริงจังในตอนนั้น แต่เมื่อได้ใช้ GR DIGITAL II ในงาน ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมถ่ายภาพแบบละลายหลังไม่ได้ จึงตัดสินใจซื้อกล้อง DSLR เป็นครั้งแรก และค่อย ๆ เริ่มสนุกกับการถ่ายภาพ ในปี 2015 ผมตัดสินใจออกจากงานโปรดิวซ์และหันมาทำ ‘ภาพถ่ายและวิดีโอ’ อย่างเต็มตัวจนถึงปัจจุบัน
Image by MIYASHITA NAOKI
Q2. ความทรงจำเกี่ยวกับการถ่ายภาพครั้งแรก
ตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้านภาษาต่างประเทศ ผมมักเดินทางคนเดียวและมักจะพกกล้องคอมแพคดิจิทัลที่บ้านมีติดตัวไปต่างประเทศด้วย ตอนนั้นยังไม่มีความรู้เรื่องกล้อง แต่จำได้ว่ามีทั้ง Nikon และ FujiFilm
หลังจากจบการหางาน ผมซื้อ Lomography เป็นกล้องตัวแรกที่เลือกเองจริง ๆ
พูดตรง ๆ ว่าภาพถ่ายสมัยนั้นแทบไม่มีภาพไหนที่รู้สึกว่าดี แต่ภาพที่ถ่ายด้วย Lomography ทำให้สีดำดูดำสนิทอย่างน่าประทับใจ กล้องฟิล์มคอมแพคทั่วไปมักจะเร่งแสงอัตโนมัติจนเงาดูจาง แต่ Lomography ให้สีดำที่คมชัด ซึ่งให้ความรู้สึก ‘อีโม’ แบบฟิล์มในปัจจุบัน
อีกความทรงจำคือการถ่ายเพื่อนด้วย Canon 7D ซึ่งเป็น DSLR ตัวแรกที่ซื้อ แม้ไม่มีทักษะก็ถ่ายออกมาสวย แต่ก็รู้สึกตกใจว่าต่อจากนี้จะถ่ายให้ดีกว่าคนอื่นได้อย่างไร ที่ประทับใจที่สุดคือการถ่ายด้วย SIGMA DP3 Merrill
Q3. ภาพถ่ายที่ยังอยู่ในความทรงจำ
ช่วงที่เริ่มจับกล้องใหม่ ๆ มีภาพหนึ่งที่ผมถ่ายภรรยาและลูกสาวตอนยังเล็กในฤดูซากุระ ภาพนี้ไม่ได้เกิดจากการวางแผนหรือจินตนาการไว้ล่วงหน้า แต่เป็นการกดชัตเตอร์ตามสิ่งที่เห็นตรงหน้าและได้ภาพที่ดีมาก จึงยังจำได้ดี
ผมไม่ค่อยถ่ายภาพครอบครัวเท่าไร ภาพนั้นจึงมีความหมายกับผมมาก
Q4. โลกที่ไม่มีภาพถ่าย
เมื่อไม่นานมานี้ ผมเปลี่ยนลำโพงมอนิเตอร์สำหรับงาน และรู้สึกประทับใจในรายละเอียดของเสียงที่เพิ่มขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่สดใหม่ยิ่งกว่าความประทับใจทางสายตา
ในยุคที่ข้อมูลภาพท่วมท้น ผมคิดว่าข้อมูลทางหูมีความสดใหม่กว่าเพราะต้องตั้งใจฟัง ดังนั้นถ้าโลกนี้ไม่มีภาพถ่าย ผู้คนอาจจะหันไปเสพข้อมูลเชิงภาพผ่านเสียงหรือดนตรีมากขึ้น
Image by MIYASHITA NAOKI
Q5. เพลงที่ฟังล่าสุด
ตั้งแต่เริ่มทำงานวิดีโอ ผมมีโอกาสฟังเพลงใหม่ ๆ น้อยลง เวลาตัดต่อผมจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับคอนเซปต์งาน เลยไม่ได้ฟังเสียงอื่น ๆ บางช่วงก็ไม่รู้จะหาเพลงใหม่ ๆ อย่างไร
ช่วงนี้ผมมักถามนางแบบที่ร่วมงาน หรือใช้ Shazam หาเพลงจากหนังหรือเว็บดราม่า หรือค้นจาก Spotify
ผมชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เรียนที่เกียวโต มักฟังวิทยุ α-STATION หรือ FM802 และแวะร้าน Virgin Megastore ใต้ดินของ Kyoto BAL หลังเลิกเรียน (ตอนนี้ร้านนี้ปิดไปแล้ว)
พักหลังผมก็ฟังมิกซ์เทปที่เพื่อนซาวด์ครีเอเตอร์ทำ หรือเพลงที่สร้างอัตโนมัติด้วยระบบที่ชื่อ AISO
Q6. สถานที่ซื้อเสื้อผ้าประจำ
ตอนนี้ผมเลือกเสื้อผ้าต่างจากเมื่อก่อนมาก ตั้งแต่ทำงานวิดีโอจะเน้นฟังก์ชันเป็นหลัก ถ้าไปลองที่ร้านแล้วใส่ได้พอดี ผมก็มักจะซื้อแต่แบรนด์นั้น
ช่วงนี้ผมใส่ and wander กับ Graphpaper เป็นหลัก จริง ๆ แล้วผมชอบ Graphpaper มาตั้งแต่ก่อนจะเน้นฟังก์ชันด้วยซ้ำ
Q7. ความพิถีพิถันต่ออุปกรณ์
ตอนเริ่มงานใหม่ ๆ ผมใช้ Canon 6D ต่อด้วย FujiFilm XT-3 และตอนนี้ใช้ Leica SL2-S เป็นหลักทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอ
ถ้าเป็นงานวิดีโออย่างเดียวจะใช้ Blackmagic Pocket Cinema Camera 6K Pro ถ้าเป็นภาพนิ่งอย่างเดียวจะใช้ Hasselblad X2D ส่วนงานศิลปะส่วนตัวมักใช้ Sigma fp L
จนถึงตอนนี้ผมใช้กล้องมาแล้วประมาณ 20 ตัว เพราะอยากให้ภาพที่อยู่ในหัวถ่ายทอดออกมาได้ใกล้เคียงที่สุด โดยเฉพาะเรื่องวิดีโอที่สเปกกล้องพัฒนาเร็วมาก ผมจึงเปลี่ยนกล้องบ่อย
Image by MIYASHITA NAOKI
Q8. กล้องที่อยากลองใช้ในอนาคต
ที่ผ่านมาผมใช้กล้องเกือบทุกยี่ห้อ ยกเว้น Nikon กับ Olympus ตอนนี้ผมได้ลองเป็นผู้ทดสอบ z8 ของ Nikon เป็นครั้งแรก แต่รู้สึกว่ามีฟีเจอร์เยอะจนเมนูใช้งานยาก
ทำให้ผมตระหนักว่าปกติผมทำงานด้วยการตั้งค่าน้อย ๆ
กล้อง Leica SL-3 รุ่นถัดไป รวมถึง Sigma รุ่นใหม่ที่ยังไม่เปิดตัว ผมก็ตั้งตารอเช่นกัน
Q9. ความกังวลในฐานะครีเอเตอร์
การทำงานคนเดียวทำให้ทรัพยากรมีจำกัด ถ้าทำงานกับทีมใหญ่จะมีงบประมาณและสามารถไล่ตามคุณภาพได้มากขึ้น แต่บางสถานการณ์ก็มีข้อดีที่ทำงานคนเดียวได้ ผมไม่ได้คิดว่าการทำงานเป็นทีมจะดีกว่าเสมอไป แต่ก็มีบางครั้งที่รู้สึกอิจฉา
Q10. สิ่งที่ตั้งตารอในอนาคต
ในแง่ของการเลือกอุปกรณ์ ผมคิดว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาผมได้ค้นพบเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเองแล้ว ตอนนี้จึงตั้งตารอว่าจะสามารถสร้างผลงานคุณภาพสูงได้แค่ไหนด้วยอุปกรณ์เหล่านี้
Image by MIYASHITA NAOKI
Naoki Miyashita
Naoki Miyashita / ตั้งแต่ปี 2015 ทำงานในฐานะช่างภาพและซิเนมาโทกราฟเฟอร์ มุ่งเน้นการสร้างแบรนดิ้งและโปรโมชันผ่านการถ่ายทอดภาพถ่ายและวิดีโอ โดยเฉพาะการนำเสนอโลกทัศน์ของแบรนด์และงานสร้างสรรค์โดยไม่ยึดติดกับภาษา ได้รับการยอมรับในด้านสารคดีเชิงแบรนด์ เกิดที่เกียวโต ปี 1978
2018, 2020-2023: KG+
2021: รอบสุดท้าย BOVA (Brain online video award) ครั้งที่ 8 หมวด Open Call ทั่วไป
2022: Nikon Presents - Vertical Movie Award 2022 รอบสุดท้าย
cizucu:MIYASHITA NAOKI
Twitter:@naoki_miyashita
Instagram:@naoki_mi









.jpeg?ar=1200%3A630&fit=crop&q=90&auto=format%2Ccompress&cs=srgb&w=1536)