GoPro เปิดตัว GoPro HERO12 Black รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีขนาดกะทัดรัด ทนทาน และทรงพลัง เหมาะสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ สามารถสั่งจองล่วงหน้าผ่านร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ (GoPro.com) ได้ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2023 และจะเริ่มวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2023 ราคา 62,800 เยน (รวมภาษี)
ยังคงสืบทอดสมรรถนะจากรุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบจัดการพลังงานที่ออกแบบใหม่ ช่วยยืดระยะเวลาการถ่ายทำได้สูงสุดถึง 2 เท่า รองรับการถ่ายวิดีโอแบบไดนามิกเรนจ์สูง (HDR) ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 5.3K และ 4K พร้อมรองรับอุปกรณ์เสียง Bluetooth® เช่น Apple AirPods และมาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว HyperSmooth 6.0 ที่พัฒนาใหม่
ฟีเจอร์ HDR สำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอที่เพิ่มเข้ามาใหม่
GoPro HERO12 Black ยังคงใช้โปรเซสเซอร์และขนาดเซนเซอร์หลักเหมือนกับ HERO11 Black รองรับการถ่ายวิดีโอ 5.3K60fps หรือ 4K120fps แบบ 10bit เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับการถ่ายวิดีโอ HDR ที่ความละเอียด 5.3K และ 4K รวมถึงภาพนิ่ง HDR ความละเอียด 27MP และรองรับการปรับแต่งสีด้วย GP-Log + LUT พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว HyperSmooth 6.0 ที่พัฒนาใหม่
©︎ GoPro
ประสิทธิภาพแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
ระบบจัดการแบตเตอรี่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้สามารถถ่ายวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า หากถ่ายที่ 5.3K/60fps ด้วย HyperSmooth 6.0 จะถ่ายได้นานขึ้นจาก 35 นาทีเป็น 70 นาที และที่ 4K/120fps จะเพิ่มจาก 28 นาทีเป็น 58 นาที
©︎ GoPro
ใช้แบตเตอรี่ Enduro
นอกจากนี้ ตัวกล้องยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสียง Bluetooth ได้โดยตรง รองรับทั้งการมอนิเตอร์เสียงและบันทึกเสียงผ่านไมโครโฟน สามารถเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 4 อุปกรณ์
©︎ GoPro
Max Lens Mod 2.0
อุปกรณ์เสริม Max Lens Mod 2.0 สำหรับมุมมองภาพกว้างก็ได้รับการอัปเกรดใหม่ รองรับการถ่ายวิดีโอที่ 4K60fps มุมกว้าง 177 องศา โดย Max Lens Mod 2.0 ใช้ได้เฉพาะกับ HERO12 เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับรุ่นก่อนหน้าได้
ขนาดตัวเครื่อง 71.8×50.8×33.6 มม. น้ำหนัก 154 กรัม







