ทันทีที่กล้องหันมาหา ร่างกายก็แข็งเกร็ง และไม่รู้ว่าควรทำสีหน้าแบบไหน คุณเคยรู้สึกไหมว่าตัวเองไม่ถนัดการถูกถ่ายภาพ
สิ่งที่อยากชวนให้ลองคือการโพสท่าด้วยการตั้งใจ “สวมบทบาท” ลองคิดว่าคนในภาพไม่ใช่ตัวคุณเอง แล้วชูสองนิ้วแบบเก้ ๆ กัง ๆ ดูสักครั้ง สีหน้าและร่างกายที่เคยเกร็งอาจค่อย ๆ ผ่อนคลายลงอย่างเป็นธรรมชาติ เพียงถอยออกมาจากภาพจำที่มีต่อตัวเองสักก้าว การถูกถ่ายภาพก็จะกลายเป็นเรื่องสบายขึ้นมาก
ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ไม่ถนัดการอยู่ในภาพถ่าย
เราไม่สามารถมองเห็นตัวเองได้โดยตรง ภาพของเราในกระจกกลับด้านซ้ายและขวา อีกทั้งยังปรากฏเป็นรูปทรงสามมิติในพื้นที่ แต่กล้องจะตัดทอนมิติความลึกนั้น แล้วแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพบนระนาบ

ภาพถ่ายโดย 海/kai
ภาพถ่ายไม่ใช่กระจกที่สะท้อนทุกแง่มุมของคุณ หากเป็นเพียง “ชั่วขณะหนึ่งที่หยุดนิ่ง” เท่านั้น ถึงกระนั้น เราก็มักถูกครอบงำด้วยความคิดฝังใจว่า ตัวเองในภาพถ่ายกลับ “ดูไม่โดดเด่น” เท่ากับภาพที่จินตนาการไว้
ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีชีวิตอยู่ในยุคแห่งการเฝ้ามองตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเซลฟีและการประชุมผ่านวิดีโอกลายเป็นเรื่องปกติ การรู้สึกอ่อนไหวต่อภาพลักษณ์ของตัวเองจึงเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง
แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้เอง บางทีการมีภาพของตัวเองในรูปลักษณ์และอิริยาบถที่หลากหลายเก็บไว้เป็นตัวอย่างจำนวนมาก ก็อาจช่วยเราได้
แนวทางของการตั้งใจ “สวมบทบาท”
เหตุผลสำคัญที่ทำให้การโพสท่าด้วยการตั้งใจ “สวมบทบาท” ได้ผล มีอยู่สามประการ
ประการแรกคือการเปลี่ยนจุดสนใจ เมื่อความตระหนักรู้เคลื่อนจาก “ตัวเราที่กำลังถูกมอง” ไปสู่ “ตัวเราที่สวมบทบาทอย่างเต็มที่” เราจะหลุดพ้นจากช่องว่างระหว่าง “ตัวเราในภาพถ่าย” กับ “ตัวเราที่จินตนาการไว้”

ภาพถ่ายโดย I J GILLIGAN
ประการที่สองคือช่วยลดความเขินอาย ลองปล่อยวางความคิดที่ว่าคนซึ่งยืนอยู่หน้ากล้องจะต้องเป็น “ตัวตนที่แท้จริง” ของเราเสมอไป การลองโพสท่าที่ปกติไม่เคยทำ เช่น ตั้งใจหลับตาหรือชูสองนิ้ว อาจช่วยให้คุณผ่อนคลายและวางความเกร็งลงได้
ส่วนประการที่สามคือการหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับภาพจำที่มีอยู่แล้ว
ใบหน้าที่ถูกมองว่า “ถูกต้อง” ซึ่งปรากฏอยู่เต็มโซเชียลมีเดีย หรือภาพถ่ายที่ผ่านฟิลเตอร์ โดยไม่ทันรู้ตัว เรามักนำภาพเหล่านั้นมาซ้อนทับและเปรียบเทียบกับตัวเองที่เพิ่งถูกบันทึกภาพ
ปัจจัยส่วนใหญ่ที่ทำให้ภาพออกมาดูดีหรือไม่ดี ล้วนอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ภาพถ่ายหรือสีหน้าที่ดูไม่น่าพอใจนักทันทีหลังถ่าย เมื่อย้อนกลับมามองในภายหลัง ก็อาจเผยเสน่ห์และมิติในฐานะ “ภาพถ่ายที่ชวนให้ละเลียด” ขึ้นมาได้

ภาพถ่ายโดย I J GILLIGAN
เพราะเหตุนี้ บางทีเราอาจลองวางคำถามที่ว่า “ต้องทำอย่างไรจึงจะขึ้นกล้อง” ลงสักครั้งก็ได้
เมื่อปล่อยวางเรื่อง “ความขึ้นกล้อง” การถ่ายภาพก็สนุกขึ้น
สิ่งสำคัญไม่ใช่การจดจำเทคนิคหรือมุมกล้อง หากเป็นการที่เราจะยอมรับและคืนดีกับตัวเองในภาพถ่ายได้หรือไม่
ลองถอยออกจากการตัดสินว่าภาพออกมาดีหรือไม่ดี แล้วเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งการถ่ายภาพ การยืนอยู่หน้ากล้องน่าจะค่อย ๆ กลายเป็นประสบการณ์ที่เบาสบายขึ้น

