cizucu จัดนิทรรศการโฟโต้โปสเตอร์ในหลากหลายเมืองทั่วโลก เพียงแค่เลือกเมืองและวันที่ก็สามารถเข้าร่วมได้กับโครงการ photo poster project
โปรเจกต์นี้ที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า ppp ไม่ใช่แค่นิทรรศการภาพถ่ายธรรมดา แต่คือคอมมูนิตี้ที่ทุกคนสามารถแบ่งปันเรื่องราวของตนเองได้อย่างมั่นใจ และเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับครีเอเตอร์จากทั่วโลกในโลกแห่งความจริง
ครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับคุณ Mjay Lai ครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมใน photo poster project

ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยค่ะ!
ฉันคือ Mjay Lai ช่างภาพชาวฮ่องกงที่ปัจจุบันทำงานอยู่ในลอนดอน จุดเริ่มต้นของฉันคือการถ่ายภาพนิวอองซ์อันเงียบสงบในชีวิตประจำวันตั้งแต่อายุ 16 ปี และเริ่มต้นเส้นทางอาชีพอย่างจริงจังเมื่ออายุ 21 ปี ฉันมีประสบการณ์ถ่ายงานแฟชั่น พอร์ตเทรต และเชิงพาณิชย์ทั้งในฮ่องกงและสหราชอาณาจักร
สไตล์ของฉันหยั่งรากอยู่ที่จุดตัดระหว่างศิลปะร่วมสมัย ปรัชญา และการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉันให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านภาพขาวดำที่คงอยู่เหนือกาลเวลา เลนส์สำหรับฉันเปรียบเสมือน "ภาษาหลัก" ที่ใช้แปลแรงบันดาลใจอันซับซ้อนให้กลายเป็นภาพที่จับต้องได้
สำหรับฉัน ภาพถ่ายไม่ใช่แค่สื่อกลาง แต่คือความพยายามในการประทับจิตวิญญาณและความทรงจำของผู้สร้างลงในภาพหนึ่งใบ ฉันต้องการถ่ายทอด "แก่นแท้ที่มองไม่เห็น" ที่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดและความรู้สึกของผู้ชมได้ ไม่ใช่แค่บันทึกช่วงเวลาเท่านั้น
อะไรคือแรงบันดาลใจให้เข้าร่วม?
แม้ฉันจะเคยจัดแสดงผลงานในฮ่องกงมาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงผลงานในนิทรรศการภาพถ่ายที่ลอนดอนหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่
เหตุผลหลักที่ตัดสินใจเข้าร่วมคืออยากพบปะผู้ชมในท้องถิ่นโดยตรง และสร้างสายสัมพันธ์ที่แท้จริงในแวดวงสร้างสรรค์ของลอนดอน สำหรับศิลปินแล้ว คอมมูนิตี้คือแหล่งพลังและแรงบันดาลใจสำคัญ

นิทรรศการนี้ไม่ใช่แค่การจัดแสดงผลงาน แต่เป็นพื้นที่สำหรับเริ่มต้นบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมและรับแรงบันดาลใจจากมุมมองใหม่ ๆ นั่นคือเหตุผลที่ฉันเลือกเข้าร่วม
หลังจากเข้าร่วมแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ประสบการณ์ครั้งนี้เปรียบเสมือนการ "รีสตาร์ท" ตัวเองอย่างแท้จริง หลังจากที่ทำงานในสายแฟชั่นและเชิงพาณิชย์ภายใต้แรงกดดันสูงมานาน ฉันเคยรู้สึกเหมือนหมดไฟโดยไม่รู้ตัว
แต่การเข้าร่วมในนิทรรศการนี้ทำให้ฉันหวนกลับไปสู่ "สิ่งสำคัญจริง ๆ" อีกครั้ง นั่นคือความสุขในการแบ่งปันวิสัยทัศน์ของตัวเองและการได้เชื่อมโยงกับผู้อื่นอย่างแท้จริง
ทีมผู้จัดและสตาฟทุกคนให้การสนับสนุนอย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่การประสานงานที่ราบรื่นไปจนถึงการดูแลอย่างใส่ใจ ตลอดงานฉันรู้สึกว่าตัวเองได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ Gallery Talk ในวันงาน โดยปกติศิลปินมักจะอยู่หลังจอ แต่การได้ถ่ายทอดปรัชญาของผลงานต่อหน้าผู้ชมโดยตรงเป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังมาก ฉันรู้สึกถึงการได้รับการรับฟังและการมองเห็นอย่างแท้จริง รวมถึงการมีอยู่ของคอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุน
การได้สัมผัสกับวงการภาพถ่ายในลอนดอนทำให้ฉันตระหนักว่า ศิลปะไม่ใช่การเดินทางที่โดดเดี่ยว แต่คือการเดินทางร่วมกัน นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับแขวนภาพพิมพ์ แต่เป็นช่วงเวลาที่ฉันได้พบเพื่อนร่วมทางในลอนดอน
ทำไมถึงเลือกภาพนี้สำหรับนิทรรศการ?
เนื่องจากธีมของนิทรรศการคือ "Memory (ความทรงจำ)" ฉันจึงเลือกภาพฟิล์มขาวดำที่ถ่ายที่ Old Harry Rocks ทางชายฝั่งตอนใต้ของอังกฤษ การเดินทางครั้งนั้นเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งสำหรับฉัน และฉันรู้สึกหลงใหลในเสน่ห์ของฟิล์มที่สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ชั่วขณะให้กลายเป็น "บันทึกถาวรที่จับต้องได้"
หน้าผาสีขาวสูงตระหง่านและคลื่นที่ซัดเป็นจังหวะ บทสนทนาเชิงนามธรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสองสิ่งนี้ดูมีเสน่ห์มากสำหรับฉัน การถ่ายภาพขาวดำทำให้ภูมิทัศน์ละทิ้งข้อมูลเรื่อง "สี" และแทนที่ด้วยพื้นผิวและรายละเอียดที่โดดเด่นขึ้น พร้อมปลุกความรู้สึกนอสตัลเจีย

แม้เวลาจะผ่านไป ฉันยังคงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของวันนั้นอย่างชัดเจน ภาพนี้ไม่เพียงแต่บันทึกสถานที่ แต่ยังเก็บ "อารมณ์ของช่วงเวลา" ไว้ด้วย เปรียบเสมือนภาชนะของความทรงจำ
ถึงผู้ที่ลังเลจะเข้าร่วม photo poster project
สำหรับใครที่กำลังลังเล ฉันอยากบอกสิ่งนี้อย่างเรียบง่าย: ขอให้คุณลองก้าวเข้ามา ช่างภาพและศิลปินมักจะทำงานคนเดียวหน้าจอ แต่การนำความหลงใหลของตัวเองไปสู่ "พื้นที่สาธารณะ" มีพลังพิเศษที่ช่วยผลักดันให้เราเติบโต
สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้คือ เมื่อเราแบ่งปันวิสัยทัศน์กับใครสักคน สิ่งที่ค้นพบไม่ใช่แค่ "ผู้ชม" แต่คือคอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุนและเป็นแรงผลักดันให้สร้างสรรค์ผลงานต่อไป
ไม่จำเป็นต้องรอ "จังหวะที่สมบูรณ์แบบ" คว้าโอกาส แบ่งปันจิตวิญญาณของคุณ และนำผลงานไปสู่ "พื้นที่ที่มองเห็นได้"


