MAGAZINE
MAGAZINE
MAGAZINE
By cizucu ·

ภาพหน้าปกโดย mitake
พื้นที่ว่างในภาพถ่าย หรือที่เรียกว่า Negative Space ไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่ไม่มีอะไรอยู่ แต่เป็น “การจัดวางอย่างเงียบสงบ” เพื่อขับเน้นตัวตนและอารมณ์ของตัวแบบ ท้องฟ้ากว้าง ผนังขาว ฉากหลังเบลอ หรือเงาที่ทอดยาว ไม่เพียงทำให้ตัวแบบดูเล็กลง แต่ยังเติมเต็มเรื่องราวของความโดดเดี่ยว อิสรภาพ ความตึงเครียด หรือความรู้สึกค้างคาในภาพถ่าย
ในบทความนี้ เราจะสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง Positive Space และ Negative Space ผลของการจัดวางและขนาดที่มีต่อความรู้สึก ตลอดจนแบบฝึกหัดที่สามารถทดลองได้ด้วยสมาร์ทโฟน เพื่อค้นพบมุมมองใหม่ในฉากที่คุ้นตา เมื่อกล้าปล่อยพื้นที่ว่าง ภาพถ่ายแต่ละใบจะเริ่มหายใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Negative Space คือพื้นที่รอบตัวแบบหลัก เช่น บุคคล นก สถาปัตยกรรม หรือดอกไม้ ตัวอย่างเช่น เมื่อถ่ายภาพนกที่บินอยู่บนท้องฟ้า หากนกคือ Positive Space ท้องฟ้าก็ไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เป็นองค์ประกอบที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการโบยบิน ความโดดเดี่ยว หรืออิสรภาพ

Photo by takaomikim
สิ่งสำคัญคืออย่ามองพื้นที่ว่างว่าเป็น “ส่วนที่เหลือ”
ผนังสีอ่อน หมอก ทะเล เงา หรือเมืองที่เบลอ ล้วนเป็น Negative Space ที่ทรงพลัง ยิ่งลดทอนข้อมูลในภาพ ผู้ชมจะยิ่งโฟกัสที่รูปร่าง สายตา หรือการเคลื่อนไหวของตัวแบบได้ชัดเจนขึ้น และทำให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวา
ความรู้สึกของ Negative Space ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของตัวแบบ หากวางไว้กลางภาพจะให้ความสงบ หากชิดขอบจะสื่อถึงการเคลื่อนไหว ความไม่แน่นอน หรือเรื่องราวที่ยังดำเนินต่อไป การใช้กฎสามส่วนหรืออัตราส่วนทองคำเป็นแนวทาง และเว้นพื้นที่ว่างในทิศทางที่ตัวแบบมองหรือเคลื่อนที่ จะช่วยนำสายตาผู้ชมไปอย่างเป็นธรรมชาติ

Photo by filmtaaabooo777
ในทางกลับกัน หากจงใจบีบพื้นที่ว่างด้านหน้าตัวแบบ จะสร้างความอึดอัดหรือความตึงเครียดได้ ลองถอยกล้องออกเล็กน้อยเมื่อใช้สมาร์ทโฟน หรือปรับระยะเลนส์ในกล้องดิจิทัลเพื่อควบคุมฉากหลัง เพียงเท่านี้ ตัวแบบเดียวกันก็จะถ่ายทอดอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สำหรับการฝึกฝน แนะนำให้ลองย้อนดูภาพถ่ายเก่า ๆ แล้วครอปให้เหลือพื้นที่รอบตัวแบบกว้างขึ้น จากนั้นลองถ่ายภาพเพื่อนที่ยืนหน้ากำแพงสถานี เส้นสายไฟใต้ท้องฟ้ากว้าง หรือถ้วยกาแฟบนโต๊ะขาว มองหาพื้นที่ว่างในชีวิตประจำวันและบันทึกภาพเหล่านั้น

Photo by Uejo Ikuto
ผนังโล่งกับคนตัวเล็ก รอยเท้าบนชายหาด ต้นไม้เดี่ยวในสายหมอก หรือพอร์ตเทรตแนวตั้งที่ใช้ Negative Space อย่างตั้งใจ ล้วนเป็นตัวอย่างที่ดี หลังถ่ายเสร็จ ลองเปรียบเทียบภาพที่ตัวแบบใหญ่กับภาพที่ตัวแบบเล็ก แล้วสังเกตว่าภาพใดกระตุ้นจินตนาการได้มากกว่า Negative Space ไม่ใช่เทคนิคการตัดทอน แต่คือศิลปะในการมอบพื้นที่ให้ผู้ชมได้คิดต่อยอด