MAGAZINE
MAGAZINE
MAGAZINE
MAGAZINE
By cizucu ·

cizucu ได้จัดโครงการ photo poster project ขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เพียงแค่ส่งภาพถ่ายของคุณไปที่ cizucu ก็สามารถเข้าร่วมงานนิทรรศการโฟโต้โปสเตอร์นี้ และได้พบปะกับเพื่อนช่างภาพที่ยังไม่เคยรู้จักมาก่อน
ครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับ Mildlywildthings ครีเอเตอร์ผู้เข้าร่วม photo poster project
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ Kei Chan อาศัยอยู่ที่สิงคโปร์และถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก เริ่มต้นถ่ายภาพในปี 2020 แต่เพิ่งเริ่มจริงจังกับการสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่ปี 2024 สำหรับคนที่มีบุคลิกค่อนข้างเก็บตัวอย่างฉัน การถ่ายภาพกลายเป็นวิธีธรรมชาติที่สามารถแสดงตัวตนได้อย่างเงียบสงบและซื่อตรงโดยไม่ต้องใช้คำพูด
ผลงานส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตประจำวัน ฉันมักจะถูกดึงดูดโดยช่วงเวลาธรรมดา สถานที่คุ้นเคย หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวในแต่ละวัน สำหรับฉัน การถ่ายภาพคือการ ‘สังเกต’ และ ‘การอยู่ตรงนั้น’ อย่างแท้จริง เป็นการหยุดมองและค้นหาความสบายใจในสิ่งธรรมดารอบตัว
มุมมองนี้สะท้อนอยู่ในชื่อกิจกรรม mildlywildthings ด้วย เดิมทีฉันเป็นคนอ่อนโยน การออกจาก comfort zone ออกไปค้นหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ สำหรับฉันจึงถือเป็น ‘wild’ หรือการผจญภัยเล็ก ๆ ผ่านภาพถ่าย ฉันหวังว่าความเงียบสงบนี้จะถูกแบ่งปัน และอยากให้ใครสักคนได้ระลึกถึงความงาม ความหมาย และความสุขที่ซ่อนอยู่ในช่วงเวลาธรรมดา ๆ
นิทรรศการครั้งนี้เป็นประสบการณ์แรกที่ฉันได้นำเสนอผลงานใน ‘พื้นที่จริง’ ก่อนหน้านี้ฉันสร้างสรรค์ผลงานส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์ แต่การเชื่อมโยงผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียวกลับรู้สึกไม่สมบูรณ์ ยิ่งได้พบปะและแลกเปลี่ยนกับผู้ที่มีความสนใจเดียวกันมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อเราได้เห็นหน้ากันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ชื่อหรือคำพูด
สำหรับฉัน โครงการ photo poster project ของ cizucu ไม่ใช่แค่พื้นที่จัดแสดงผลงาน แต่เป็นพื้นที่ที่ครีเอเตอร์มารวมตัว แบ่งปัน และสร้างเครือข่ายในฐานะคอมมูนิตี้ การเข้าร่วมสำหรับคนที่มีบุคลิกเงียบขรึมอย่างฉันถือเป็นความท้าทายเล็ก ๆ ฉันจึงตั้งใจจะก้าวเข้าสู่พื้นที่จริง พบปะกับผู้ที่หลงใหลในภาพถ่ายเหมือนกัน แลกเปลี่ยนมุมมอง และสัมผัสประสบการณ์ภาพถ่ายนอกจอ
ที่สำคัญ ฉันอยากรู้ว่าภาพถ่ายมีความหมายอย่างไรสำหรับแต่ละคน พวกเขามอง เห็น และถ่ายทอดสิ่งนั้นลงในภาพอย่างไร นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นทั้งจุดเปลี่ยนในตัวเอง และเป็นก้าวแรกในการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและเป็นมนุษย์มากขึ้นผ่านภาพถ่าย

มันเป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายในหลาย ๆ ด้าน ทีมงานดูแลบรรยากาศให้อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกับรวบรวมครีเอเตอร์ที่หลากหลายได้อย่างลงตัว โดยไม่มีความเคร่งเครียดหรือเป็นทางการจนเกินไป ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงสามารถเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพถ่ายของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกกดดันหรือประหม่า
สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้รู้ว่ามีครีเอเตอร์มากมายในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งหากเป็นชีวิตประจำวันก็คงไม่มีโอกาสได้พบกัน ความรู้สึกภาคภูมิใจและอิ่มเอมใจนั้นยากจะบรรยาย โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นภาพถ่ายของตัวเองถูกจัดแสดงเป็นโปสเตอร์ในพื้นที่แกลเลอรี ซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย

Gallery talk ก็เป็นไปอย่างราบรื่น ทุกคนมีเวลาพูดคุยอย่างเต็มที่ และได้มองผลงานผ่านมุมมองของกันและกัน รู้สึกเหมือนเป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความเข้าใจมากกว่าการ ‘นำเสนอ’
เมื่อจบงาน ฉันเห็นทีมงานห่อโปสเตอร์อย่างประณีตและมีความสุขอย่างจริงใจ ทำให้สัมผัสได้ถึงความตั้งใจในทุกรายละเอียด สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณครีเอเตอร์ทุกท่านที่รับฟังเรื่องราวของฉัน การได้สัมผัสผลงานของทุกคนและใช้เวลาร่วมกันในช่วงนี้เป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจอย่างมาก
ฉันเลือกภาพนี้เพราะมันสะท้อน ‘มุมมองธรรมชาติ’ ของตัวเองที่มักจะมองโลกอย่างสงบและเว้นระยะห่าง ภายใต้ร่มเงาสีเขียวเข้ม มีบุคคลยืนอยู่คนเดียวในองค์ประกอบที่เหมือนถูกธรรมชาติซ่อนครึ่งหนึ่ง ไม่มีเหตุการณ์ดราม่า มีเพียงความเงียบ ความกว้างขวาง และบรรยากาศ
สิ่งที่ดึงดูดใจคือความแตกต่างระหว่างการมีอยู่ของมนุษย์กับปริมาณของธรรมชาติที่ล้นหลาม บุคคลในภาพดูเล็กมาก ราวกับถูก ‘วางไว้’ อย่างตั้งใจ สำหรับฉัน มันสะท้อนถึงการดำรงอยู่ของเราในชีวิตจริง แม้จะอยู่ตรงนั้นแต่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางเสมอไป ร่มในภาพเป็นทั้งขอบเขตทางกายภาพและขอบเขตทางความรู้สึก สื่อถึงความรู้สึกปลอดภัยและการใคร่ครวญภายในอย่างเงียบ ๆ
ภาพถ่ายนี้สอดคล้องกับบุคลิกของฉันอย่างลึกซึ้ง ฉันมักจะถูกดึงดูดโดยช่วงเวลาที่ความเงียบพูดได้มากกว่าการเคลื่อนไหว หรือช่วงเวลาที่ความหมายซ่อนอยู่ใน ‘การมีอยู่’ มากกว่าความโดดเด่น สีเขียวสดที่โอบล้อมตัวแบบไม่ได้ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยแทน ภาพนี้ทำให้ฉันตระหนักว่า ‘การอยู่คนเดียว’ ไม่ได้หมายถึงความเหงาเสมอไป
ฉันหวังว่าภาพนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ชมได้หยุดมอง ไม่ใช่เพื่อคาดหวังคำตอบ แต่เพื่อสังเกตอย่างเงียบ ๆ และค้นพบความงามใน ‘ช่วงเวลาเงียบสงบ’ ที่มักถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน
ถึงครีเอเตอร์ที่กำลังลังเล หากรู้สึกไม่มั่นใจ อยากให้ลองก้าวออกมาสักก้าว ฉันเองก็เริ่มต้นด้วยความลังเล ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และยังสงสัยว่าผลงานของตัวเอง ‘พร้อมนำเสนอ’ หรือยัง แต่สิ่งที่รออยู่จริง ๆ ไม่ใช่แรงกดดันหรือการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ความเปิดกว้าง และความอยากรู้อยากเห็นอย่างบริสุทธิ์
การสร้างสรรค์บางครั้งอาจรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะเมื่อการแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่อยู่ในโลกดิจิทัล แม้พื้นที่ออนไลน์จะเชื่อมโยงผู้คนได้ แต่ก็ไม่อาจทดแทนประสบการณ์ที่ได้พบเจอ เห็นสีหน้า ได้ยินเสียง และรับรู้เจตนาที่แฝงอยู่ในผลงาน นิทรรศการนี้ทำให้ฉันตระหนักว่า ‘พื้นที่จริง’ คือสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ในงานสร้างสรรค์กลายเป็นของจริง

หลังจากเข้าร่วม ฉันได้มองภาพถ่ายของตัวเองจากมุมมองที่กว้างขึ้น การได้ฟังครีเอเตอร์คนอื่นพูดถึงผลงานของพวกเขาทำให้มุมมองต่อภาพถ่าย การตีความเรื่องราว และแม้แต่กระบวนการสร้างสรรค์ของตัวเองเปิดกว้างขึ้น สำหรับฉันซึ่งเป็นคนเก็บตัว นี่คือความท้าทายที่ดี
หากคุณอยากแบ่งปันผลงานโดยไม่ต้องกดดัน ได้เรียนรู้จากผู้อื่น และอยู่ในคอมมูนิตี้ที่สนับสนุนกัน นิทรรศการนี้จะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม การเติบโตอาจเริ่มต้นจากการ ‘ไปดู’ หรือ ‘ยืนอยู่ตรงนั้น’ ก็เป็นได้

185 นิตยสาร
ซีรีส์สัมภาษณ์ที่ถ่ายทอดเสียงและประสบการณ์จริงของครีเอเตอร์ผู้เคยเข้าร่วม 〈photo poster project (ppp)〉 นิทรรศการโปสเตอร์ภาพถ่ายที่ cizucu จัดขึ้นในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก ผ่านเรื่องราวของแต่ละคน ตั้งแต่แรงบันดาลใจในการเข้าร่วมไปจนถึงมิตรภาพและการพบเจอที่เกิดขึ้น เราจะนำเสนอความคิดและสายสัมพันธ์ของเหล่าครีเอเตอร์ที่มารวมตัวกันใน ppp
